นิทานญี่ปุ่น Kasajizo – และเจาะลึก โอจิโซว เครื่องรางญี่ปุ่น

Hasedera Temple วัดเจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

นิทานญี่ปุ่น หมวกโอจิโซ เรื่องนี้น่ารักดีครับ เจอในยูทูปน่ารักเลยเอามาแปะให้ชมไปด้วยกัน แล้วหลังจากชมนิทานญี่ปุ่นเรื่องนี้จบ จะมาเล่าให้ฟังเช่นกันว่า โอจิโซนั้นมีประวัติความเป็นไปเป็นมาอย่างไร เวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว จะได้เข้าใจที่ถูกต้อง และสนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นกันอย่างแท้ทรูครับ

เนื้อเรื่องโดยย่อนิทาน

มีตายายคู่หนึ่ง ไม่มีลูก อาศัยอยุ่ในบ้านนอก ฐานะค่อนข้างยากจน วันหนึ่งในฤดูหนาว หิมะตก ยายให้ตาเอาเสื้อผ้าเก่าไปขายที่ตลาดในตัวเมือง เพื่อแลกเป็นเงินมาจับช่ายใช้สอยในบ้าน ตานำเสื้อผ้าไปขายแต่ทั้งวันก็ขายไม่ได้สักชิ้น ก่อนกลับบ้าน มีตาอีกคนนึงมาขอแลกเสื้อผ้ากับหมวกของเค้าที่เอามาขายด้วยเช่นกัน ทั้งสองเลยตกลงแลกเปลี่ยนของซึ่งกันและกันแทน พอตกเย็นก็เดินทางกลับ ในระหว่างทีเดินทางกลับก็ได้พบกับจิโซอีกครั้ง และด้วยความรู้สึกว่าจิโซก็คงจะหนาวเหน็บไปทั้งตัวเช่นกับตา จึงได้นำหมวกมาใส่ให้โอจิโซ เพื่อจะได้ไม่หนาวศีรษะ เมื่อใส่หมวกให้โอจิโซเสร็จแล้วก็เดินทางกลับบ้านตามปกติ ก็เล่าให้ยายฟัง พอตกมืด ตายายก็เข้านอนแต่หัวค่ำตามปกติ แต่จิโชวรู้สึกขอบคุณก็เลยเดินทางไปพร้อมกับหีบสมบัติ เงิน ทองมากมาย เพื่อตอบแทนตายายคู่นั้นที่เป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณาช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน โอจิโซจึงอยากตอบแทนให้ตายายได้มีความสุขตลอดกาลนานเอยยยย

Hasedera Temple วัดเจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

โอจิโซ ที่ฉันรู้จัก

ก่อนหน้านี้ ผมและหลายๆคนคงทราบมาว่า โอจิโซ เป็นรูปปั้นพระที่หญิงญี่ปุ่นที่แท้งลูก จะมาไหว้บูชากัน เชื่อว่าวิญญาณของเด็กที่เสียชีวิตไปอาจจะถูกล่อลวงไปยังนรกภูมิหรือถูกปีศาจทำร้าย จึงมีการสร้างรูปปั้นจิโซขึ้นเพื่อเป็นการทำบุญให้กับเด็กที่เสียชีวิต และให้จิโซที่สร้างขึ้นคอยปกป้องดวงวิญญาณนั้น โดยจะสร้างไว้ตามศาลเจ้าหรือวัดต่างๆ และเราก็รู้เพียงเท่านั้นจริงๆ ซึ่งความรู้เพียงผิวเผินเหล่านั้นมันไม่ใช่ กลับเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก เดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังในเบื้องลึก และข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้นครับ

เรามักเห็นรูปปั้นโอจิโซวเรียงรายกันจำนวนมากในวัด-ศาลเจ้า-สถานที่ต่างๆ ดูแล้วสวยงาม แปลกตาและน่ารักดี แต่เราไม่รู้ความหมายในเบื้องลึกว่าทำไมนะ จึงได้มีจำนวนมากมายขนาดนี้

มาทำความรู้จัก Ojizou

ชื่อของจิโซะ ที่เราคุ้นกันนั้น ชื่อเต็มคือ “จิโซ โบชัตสุ” คือพระซิติกาภะ ในภาดญี่ปุ่น เป็นพระโพธิสัตว์ ผู้พิทักษ์เด็ก และเชื่อกันว่าท่านช่วยเหลือผู้หญิงท้องและผู้เดินทาง จิโช โบชัตสุ นับว่าเป็นพระที่ชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมนับถือมา จนถึงปัจจุบันมากพระองค์ใดๆ ด้วยลักษณะความเมตตา ทั้งที่ท่านไม่ด้รับความนิยมในศาสนาพุทธของอินเดียตั้งแต่ช่วงแรกๆ ทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับท่านมาถึงญี่ปุ่นเอาหลังจากพระองค์อื่นๆ ถึงกระนั้นพิธีในการนับถือพระจิโช โบชัตสุ ก็มีอยู่กว้างไกล

เทศกาลสารภาพบาปแห่งจิโซ

คนที่นับถือท่านสามารถสารภาพบาปต่อ พระจิโช โบชัตสุ ในเทศกาลที่เรียกกันว่า “การสารภาพบาปแห่งจิโซ” (น่าจะคล้ายกับวิธีของคริสต์ เลยทำให้คนนิยม) ตามตำนานเชื่อกันว่าท่านมีความสัมพันธ์กับธาตุของโลก และ โลกแห่งความตาย ผู้คนในเอเซียกลางและจีนก็เชื่อว่าท่านเป็นผู้ปกป้อง วิญญาณ ความเชื่อดังกล่าวแพร่เข้ามาในญี่ปุ่นพร้อมกับเชื่อกันอีกว่าพระจิโซ มักปกป้องวิญญาณของทารก เพราะเหตุที่พวกนี้ยังบริสุทธิ์ และเล็กเกินไปที่คนในบ้านจะห่วงหาอาทร โดยปกติเมื่อทารกตายเมื่ออายุน้อยมาก พ่อแม่ก็มัวแต่เศร้าโศก เกินไปกว่าจะมีสติทำบุญส่งให้เด็กนั้นไปเกิดใหม่ ทำให้วิญญาณของเขาต้องเร่ร่อนอยู่ที่หาดทรายริมแม่น้ำไซโนกาวาระ ในนรกภูมิ วิญญาณเด็ก พวกนี้จะใช้เวลากลางวันอยู่สร้างศาลของตัวเองเพื่อให้เกิดพลังพอจะ ทำให้พ่อแม่พี่น้องบนโลกคิดถึง แต่ทารกก็ไม่เคยสร้างศาลสำเร็จ ศาลของพวกเขาจะถูกปีศาจทำลายทิ้งในตอนกลางคืนทุกครั้ง

hasedera-5

โอจิโซ เป็นมากกว่าผู้พิทักษ์

กล่าวกันว่าพระจิโชปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยวิญญาณเด็กเหล่านี้ท่าน จะคว้าตัวเด็กห่อแล้วพับไว้ในจีวรของท่าน บอกกับเด็กเหล่านั้นว่าท่าน คือพ่อและแม่ของเด็ก ทำให้วิญญาณน้อยๆ มีที่พึ่งไม่ต้องร่อนเร่อีกต่อไป ความเมตตาของท่านทำให้ผู้คนเลื่อมใสศรัทธา เห็นได้จากตามสุสานและตาซอกซอยต่างๆ บนถนนมักมีรูปหินของพระจิโชแต่งตัวด้วย เครื่องแต่งตัวเด็กตั้งอยู่นับไม่ถ้วนและมักมีกองก้อนกรวดทูนอยู่ตรงเท้าทุกรูป ผู้บูชาไม่ได้ขอเพียงให้เด็กที่ตายไปมีความสุข แต่ยังขอความปลอดภัยให้ชีวิตตนด้วยความที่จิโช โบชัตสุ เป็นผู้อุปถัมภ์โลกแห่งความตาย คนจึงเชื่อกันว่าท่านมีฤทธานุภาพช่วยต่ออายุแบบเดียวกับพระฟูเก็น โบชัตสุ รูป-ปั้นของท่านในปางนี้เรียกกันว่า เอ็มมอิ จิโช เป็นปางที่อยู่ในทำนั่งถือไม้เท้ายาวที่มีห่วงอยู่ตรงปลายในมือขวา ส่วนมือซ้ายถือดวงแก้วสำหรับอธิษฐานนอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าท่านสามารถรักษาโรคของดวงตา เนื่องจากท่านเป็นนายของความดีในนรกภูมิ ท่านจึงสามารถปัดเป้าความมืดออกไปจากดวงตาของคนได้และความที่รูปเคารพของจิโช โบชัตสุ ตั้งอยู่ตามถนนมากมายทนเลยถูกผนวกเข้ากับเทพเดิมในท้องถิ่นซึ่งรักษาถนน และเลยถูกสถาปนาให้เป็นผู้คุ้มครองคนเดินทาง เนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นผู้ปกป้องวิญญาณที่จะเดินทางจากร่างไปสู่โลกใหม่ด้วย

เมตตามหานิยมโอจิโซ

เหตุที่ จิโช โบชัตสุ มีความเมตตาต่อผู้คนในโลกมาก ก็เนื่องจากโลกนี้ปราศจากระพุทธเจ้าตั้งแต่วันที่ พระชากา (พระศากยมุนี) เข้าสู่นิพพาน กว่าจะถึงวันที่มิโรกุ (พระศรีอาริยเมตไตรย) จะอุบัติขึ้นก็อีกนานแสนนานพระจิโช โบซัต จึงให้อธิษฐานไว้ว่าจะไม่ตรัสรู้ และจะยังคงอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ตราบจนกว่ายุคแห่งความมืดมนจะผ่านพ้นไป จากคุณสมบัติที่มีความเมตตาต่อปวงชนดังที่ได้กล่าวมา ทำให้ จิโช โบชัตสุ มีลักษณะคล้ายเจ้าแม่กวนอิม (พระกานนอน) แต่เนื่องจากท่าน มักเกี่ยวข้องกับโลกบาดาลมากกว่าอย่างอื่น จิโช โบชัตสุ จึงสามารถปรากฏร่างเป็นหกปาง แต่ละปางเกี่ยวข้องกับเคราะห์กรรมทั้งหกอย่าง ท่านจึงได้รับความนิยมเคารพและบูชาในญี่ปุ่นจำนวนมากในด้านของความเมตตา

บทสรุป โอจิโซ

เดิมทีความเชื่อเพียงว่า โอจิโซ เป็นผู้พิทักษ์ช่วยเหลือวิญญาณของเด็กเท่านั้น จริงๆแล้ว มีความเชื่อเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกันอีก เช่นเรื่องของการต่ออายุขัยของคนทั่วไป เป็นผู้พิทักษ์รักษาผู้คนที่เดินทางให้เดินทางปลอดภัย ปัดเป่าความมืดมน ความชั่วร้ายจากชีวิต สามารถรักษาเกี่ยวกับโรคตา พร้อมทั้งสามารถสารภาพบาปต่อท่านได้ การมีเมตตามหานิยม  รวมไปถึงการมีโภคสมบัติ เหลือกินเหลือใช้ก็เกิดจากท่านโอจิโชวเช่นกัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้พออ่านเข้าถึงเนื้อในลึกๆแล้ว ทำให้เราทราบถึงที่ไปที่มาว่า ทำไม โอจิโซ จึงได้มีจำนวนมากมายนัก  ผิดไปจากมุมมองที่เราได้รู้จักในครั้งแรกเท่านั้น เห็นทีจะต้องหันมาบูชาท่านโอจิโซบ้างแล้วล่ะ

สินค้าทีเกี่ยวข้องกับ โอจิโซ